หมวดหมู่ : ข่าวสารทั่วไป
หัวข้อ : “อนุทิน” ลั่น อภ. ไม่เคยหักหัวคิววัคซีนทางเลือก รพ.เอกชน
โดย : admin
อ่าน : 10
พุธ ที่ 12 เดือน พฤษภาคม พ.ศ.2564
พิมพ์ 

“อนุทิน” ลั่น อภ. ไม่เคยหักหัวคิววัคซีนทางเลือก รพ.เอกชน

Tue, 2021-05-11 18:24 -- hfocus team
Print this pagePrint this page

องค์การเภสัชกรรม โต้การจัดหาวัคซีนโควิดทางเลือกไม่มีค่าบริหารจัดการ 10% ไม่เคยหักหัวคิว รพ.เอกชน ที่มาเป็นตัวแทนจัดซื้อ เพราะเป็นกติกา บริษัทผู้ผลิตวัคซีนจะขายแก่ภาครัฐ จึงเป็นตัวประสาน ย้ำไม่เคยทำมาหากินบนความทุกข์ประชาชน

เมื่อวันที่ 11 พ.ค ที่กระทรวงสาธารณสุข นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า สำหรับกรณีมีผู้กล่าวอ้างว่าองค์การเภสัชกรรมหักค่าหัวคิววัคซีนทางเลือก 10% นั้นไม่เป็นความจริง เนื่องจาก กลไกซื้อขายวัคซีนตามปกติจะต้องมีค่าดำเนินการ ตรวจแลป ตรวจคุณภาพวัคซีน ค่าจัดส่ง รวมถึงค่าแวต(vat) เป็นเรื่องปกติ เหมือนกับที่กรมควบคุมโรค สั่งซื้อวัคซีนซิโนแวคจากองค์การเภสัชฯ ก็ต้องจ่ายค่าดำเนินการส่วนนี้ ยืนยันว่าเป็นระเบียบการซื้อขายตามปกติ ไม่มีการคิดค่าหัวคิว

“อันที่จริง องค์การเภสัชฯ เพียงเข้ามาเป็นสะพานเชื่อมระหว่างผู้ผลิตวัคซีนกับรพ.เอกชน เท่านั้น เป็นไปตามคำขอที่ภาคเอกชนระบุว่าไม่สามารถจัดซื้อได้เอง องค์การเภสัชฯ จึงเข้ามาช่วยซื้อ ซึ่งไม่ใช่ภารกิจหลักขององค์การฯ ทั้งนี้ จัดซื้อวัคซีน จะสั่งซื้อตามจำนวน ตามความต้องการของเอกชนทั้งหมด” นายอนุทิน กล่าว

วันเดียวกัน  นพ.วิฑูรย์ ด่านวิบูลย์ ผอ.องค์การเภสัชกรรม(อภ.)  กล่าวถึงกรณีมีการพูดถึงองค์การเภสัชกรรม คิดค่าบริหารจัดการวัคซีนทางเลือก 10 % เพิ่มเติมจากค่าแวต ว่า ขอยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่เป็นความจริง องค์การเภสัชกรรม เป็นเพียงหน่วยงานที่อำนวยความสะดวกในการซื้อวัคซีนทางเลือก ซึ่งในหลักปฏิบัติทางโรงพยาบาลเอกชนจะมีการสั่งซื้อจากบริษัทผู้ผลิตวัคซีน เมื่อเจรจาได้แล้วจำนวนเท่าไหร่ ก็จะต้องนำจำนวนวัคซีนที่ได้ไปบวกเพิ่มค่าจัดส่ง ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการประมาณ 3-5 % และค่า Vat 7% จากนั้นก็นำงบประมาณตามจำนวนนี้ มาให้องค์การเภสัชกรรม เป็นผู้ทำการซื้อวัคซีนต่อไป

ดังนั้น ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตรงนี้ไม่ว่าจะเป็นค่าจัดส่ง ค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ และค่าแวต เป็นสิ่งที่ต้องโรงพยาบาลเอกชนจะต้องรับผิดชอบ อยู่แล้ว เหมือนกับก่อนหน้านี้องค์การเภสัชกรรมซื้อวัคซีนให้กับกรมควบคุมโรค ก็จะต้องมีการคิดค่า จัดส่งค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการและค่า Vat ในอัตราเดียวกันนี้เช่นกันแต่ยืนยันว่าไม่มีการบวกเพิ่มค่าบริหารจัดการ 10% ตามที่มีข่าวแต่อย่างใด

"ยกตัวอย่าง บริษัทผู้ผลิตสามารถจัดส่งวัคซีนให้ได้จำนวน 2 ล้านโดส จะส่งมอบให้โรงพยาบาลเอกชน สมมติ ก. 1 ล้านโดสโรงพยาบาลเอกชน ข. 1 ล้านโดส รพ. เอกชน ก.-ข. ก็เอา ราคาวัคซีน ตามจำนวนที่ตัวเองได้รับการจัดสรรบวกค่าขนส่ง บวกค่าตรวจทางห้องปฏิบัติการ และบวก vat อีก 7% เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่ ก็ส่งให้กับทางองค์การเภสัชกรรม เป็นผู้ทำการซื้อต่อไป ไม่มีค่าบริหารจัดการ 10 % ดังที่มีผู้กล่าวอ้าง ไม่มีการมาฟันค่าหัวคิวหัว " นพ.วิฑูรย์ กล่าว

นพ.วิฑูรย์ กล่าวย้ำว่า องค์การเภสัชกรรมเป็นเพียงหน่วยงานกลาง ที่อำนวยความสะดวกในการซื้อวัคซีนเท่านั้นไม่ได้มีการบวกเพิ่มอะไร เราไม่ได้จะมาหากินบนความทุกข์ของประชาชน และไม่ว่าจะเป็นในภาวะปกติเองก็ตาม องค์การเภสัชกรรมถูกตั้งขึ้นมาก็เพื่อความมั่นคงทางด้านยาและเวชภัณฑ์ของประเทศโดยเฉพาะในภาวะโรคระบาดแบบนี้ เราไม่ได้จะมาหาความร่ำรวย

ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า ล่าสุดนพ. ธนาธิป ศุภประดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และนลิน วนาสิน กรรมการบริหาร ออกประกาศเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม 2564  เรื่อง คำชี้แจงจากบริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) โดยระบุ ว่า 

ตามที่มีข่าวปรากฏในสื่อบางสำนัก ที่ นายแพทย์ บุญ วนาสิน ได้กล่าวพาดพิงถึงการจัดการวัคซีนขององค์การเภสัชกรรม (GPO) ซึ่งอาจจะทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) 

ขอเรียนชี้แจงว่า ทางบริษัทฯ รู้สึกเสียใจที่ข้อความดังกล่ว อาจส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงขององค์การเภสัชกรรม บริษัทฯ จึงกราบขออภัยมา ณ ที่นี้ และขอเรียนว่ามิได้มีเจตนาที่จะทำให้เกิดผลกระทบต่อภาพลักษณ์ขององค์การเภสัชกรรม แต่อย่างใด